รหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) คืออะไร?
OTP คืออะไร? ความแตกต่างระหว่าง OTP และ TOTP คืออะไร? OTP ทำงานอย่างไร? บทความนี้จะอธิบายแนวคิดพื้นฐานของ OTP และเหตุผลที่มันถูกนิยมใช้มากกว่ารหัสผ่านแบบคงที่
OTP คืออะไร? ความแตกต่างระหว่าง OTP และ TOTP คืออะไร? OTP ทำงานอย่างไร? บทความนี้จะอธิบายแนวคิดพื้นฐานของ OTP และเหตุผลที่มันถูกนิยมใช้มากกว่ารหัสผ่านแบบคงที่
OTP ย่อมาจาก One-Time Password หรือที่รู้จักกันในชื่อ รหัสครั้งเดียว รหัสผ่านชั่วคราว หรือรหัสผ่านแบบไดนามิก มันคือรหัสผ่านชั่วคราวที่ไม่ซ้ำกันซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ ใช้ในการยืนยันตัวตนหรือธุรกรรมเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
แตกต่างจากรหัสผ่านแบบคงที่ที่ใช้แล้วจะไม่เปลี่ยน OTP จะเปลี่ยนทุกครั้งที่ใช้งานและหมดอายุในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้มันเป็นวิธีการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยมากขึ้นเพราะยากที่ผู้โจมตีจะขโมยและใช้อีกครั้ง
OTP ถูกใช้อย่างแพร่หลายในแอปพลิเคชันด้านความปลอดภัยต่าง ๆ รวมถึงการธนาคารออนไลน์ การค้าอิเล็กทรอนิกส์และการเข้าถึงข้อมูลหรือระบบที่สำคัญ นอกจากนี้มันยังมักถูกใช้เป็นปัจจัยที่สองในการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) เพื่อเพิ่มชั้นความปลอดภัย เมื่อรวมกับบางสิ่งที่ผู้ใช้รู้ (เช่น รหัสผ่าน) และบางสิ่งที่ผู้ใช้มี (เช่น อุปกรณ์พกพา) OTP จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของระบบยืนยันตัวตนสมัยใหม่
มี OTP หลายประเภท ที่ถูกสร้างและส่งมาวิธีที่ต่างกันเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย วิธีทั่วไปของ OTP รวมถึง:
SMS OTP หรือ Email OTP เป็นรูปแบบ OTP ที่ง่ายมาก โดยรหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันถูกสร้างโดยเซิร์ฟเวอร์และส่งถึงผู้ใช้อย่างปลอดภัยผ่านทาง SMS หรืออีเมล จากนั้นผู้ใช้จะป้อนรหัสนี้เพื่อยืนยันตัวตน
วิธีทำงาน:
มาตรการความปลอดภัย:
การใช้งาน:
SMS และ Email OTP มักถูกใช้ในแอปพลิเคชันที่มุ่งหวังผู้บริโภค เช่น การธนาคารออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ไม่เพียงแต่ปลอดภัยกว่ารหัสผ่านแบบคงที่ แต่ยังให้วิธีที่สะดวกแก่ผู้ใช้ในการยืนยันตัวตนโดยไม่ต้องจำรหัสผ่านและคำถามเพื่อความปลอดภัยที่ซับซ้อน
เนื่องจากผู้ใช้ส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงโทรศัพท์มือถือหรือบัญชีอีเมลได้ตลอดเวลา SMS และ Email OTP จึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการยืนยันตัวตนของผู้ใช้ การยืนยันเจ้าของที่อยู่อีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์ และการกู้คืนรหัสผ่าน
HMAC-based OTP ซึ่งถูกกำหนดใน RFC 4226 เป็นอัลกอริธึม OTP ที่ประสานเวลาด้วยการสร้างลำดับรหัสผ่านครั้งเดียวโดยใช้คีย์ลับและค่าเคาน์เตอร์ รหัส OTP แต่ละรหัสถูกสร้างจากการแฮชคีย์ลับและค่าเคาน์เตอร์โดยใช้ฟังก์ชั่นแฮชเข้ารหัส (เช่น SHA-1, SHA-256)
วิธีทำงาน:
Secret: HOTP ต้องการคีย์ลับที่แชร์ระหว่างเซิร์ฟเวอร์และลูกค้า
Counter: เซิร์ฟเวอร์และลูกค้าเก็บค่าของเคาน์เตอร์ที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีการสร้าง OTP
ลูกค้าคำนวณการแฮช HMAC-SHA1 (หรือฟังก์ชันแฮชอื่น) ของค่าเคาน์เตอร์ (C) โดยใช้คีย์ลับที่แชร์ (K)
H = HMAC-SHA1(K, C)ค่าการแฮชถูกตัดให้เหลือ 6 หรือ 8 หลัก (ขึ้นอยู่กับการใช้งาน) เพื่อสร้าง OTP
OTP = Truncate(H)mod 10^dเซิร์ฟเวอร์ติดตามค่าของเคาน์เตอร์และยืนยัน OTP ที่เข้ามาโดยคำนวณค่าการแฮชด้วยค่าเคาน์เตอร์และคีย์ลับเดียวกัน (หากมีข้อไม่ตรงกันเล็กน้อย เซิร์ฟเวอร์อาจอนุญาตช่วงของค่าเคาน์เตอร์เล็กน้อย เช่นเพิ่มขึ้นหนึ่งหรือสองครั้ง เพื่อรับมือกับปัญหาการประสาน)
มาตรการความปลอดภัย:
การใช้งาน:
HOTP มักถูกใช้ในฮาร์ดแวร์โทเค็นและระบบเก่าที่การจัดการเวลาอาจเป็นเรื่องท้าทาย สำหรับแอปพลิเคชันสมัยใหม่ TOTP เป็นที่นิยมมากกว่าเนื่องจากมีลักษณะการใช้เวลาตามกระบวนการและติดตั้งใช้งานได้ง่ายกว่า
Time-based OTP ซึ่งถูกกำหนดใน RFC 6238 เป็นอัลกอริธึมที่สร้างลำดับรหัสผ่านครั้งเดียวโดยใช้เวลาปัจจุบันและคีย์ลับที่แชร์ TOTP เป็นการขยายของ HOTP ที่ใช้ค่าเวลาแทนค่าเคาน์เตอร์ในการสร้าง OTP ทำให้ OTP มีความเป็นเวลาเพิ่มขึ้น จึงปลอดภัยกว่า HOTP
วิธีทำงาน:
Secret: เช่นเดียวกับ HOTP, TOTP ต้องการคีย์ลับที่แชร์ระหว่างเซิร์ฟเวอร์และลูกค้า
Time step: ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง HOTP และ TOTP คือ TOTP ใช้ค่าการก้าวเวลาด้านเวลา (โดยทั่วไป 30 วินาที) แทนค่าเคาน์เตอร์
ลูกค้าคำนวณการแฮช HMAC-SHA1 ของเวลาปัจจุบันหารด้วยค่าการก้าวเวลาที่ใช้คีย์ลับที่แชร์
H(Time) = HMAC-SHA1(K, Time/TimeStep)ค่าการแฮชถูกตัดให้เหลือ 6 หรือ 8 หลักเพื่อสร้าง OTP
OTP(Time) = Truncate(H(Time))mod 10^dDynamic OTP: เนื่องจากการสร้าง OTP ขึ้นอยู่กับเวลา OTP จึงมีการเปลี่ยนทุก 30 วินาที ให้ระดับความปลอดภัยสูงกว่า
เซิร์ฟเวอร์ยืนยัน OTP ที่เข้ามาโดยคำนวณค่าการแฮชด้วยเวลาปัจจุบันและคีย์ลับ ตราบใดที่ OTP นั้นอยู่ภายในช่วงเวลาที่ถูกต้อง เซิร์ฟเวอร์จะยอมรับการยืนยันตัวตน
มาตรการความปลอดภัย:
การใช้งาน:
TOTP ถูกใช้แพร่หลายในแอปพลิเคชันยืนยันตัวตนซอฟต์แวร์ เช่น Google Authenticator, Authy, และ Microsoft Authenticator แอปเหล่านี้สร้าง OTP ที่ขึ้นอยู่กับเวลาให้ผู้ใช้ยืนยันตัวตนกับบริการออนไลน์ต่าง ๆ รวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย, บริการคอมพิวต์เมฆ, และสถาบันการเงิน
แอป TOTP กลายเป็นรูปแบบ OTP ที่ได้รับความนิยมที่สุดสำหรับ MFA เนื่องจากมันให้ความสมดุลระหว่างความปลอดภัยและการใช้งาน ผู้ใช้สามารถสร้าง OTP บนอุปกรณ์พกพาโดยไม่ต้องพึ่งพาการส่งผ่าน SMS หรืออีเมล ทำให้เป็นวิธีการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยและสะดวกกว่า
ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น
การใช้งานง่าย
ความยืดหยุ่น
การปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ
OTP เป็นวิธีการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยและสะดวกซึ่งกลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญในวิธีการรักษาความปลอดภัยสมัยใหม่ โดยการให้รหัสที่ไม่ซ้ำกันและมีอายุจำกัดต่อการยืนยันตัวตนแต่ละครั้ง OTP เสนอระดับความปลอดภัยที่สูงกว่ารหัสผ่านแบบคงที่ ไม่ว่าจะส่งผ่าน SMS, อีเมล หรือแอปยืนยันตัวตน OTP ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในแอปพลิเคชันต่าง ๆ เพื่อปกป้องข้อมูลที่สำคัญและรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงบริการออนไลน์ เมื่อภัยคุกคามเปลี่ยนแปลง OTP ยังคงมีบทบาทสำคัญในการปกป้องบัญชีผู้ใช้และป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลขององค์กรอย่างไม่ได้รับอนุญาต